กลับไปหน้ารวมบทความ

วิธีคำนวณต้นทุนต่อยอดวิว (CPV) สำหรับวิดีโอ Facebook

วิธีคำนวณต้นทุนต่อยอดวิว (CPV) สำหรับวิดีโอ Facebook

ความสำคัญของการคำนวณต้นทุนต่อยอดวิว (CPV)

สำหรับเจ้าของร้านค้าออนไลน์และผู้จัดการโซเชียลมีเดีย การวัดผลและประเมินประสิทธิภาพของคอนเทนต์วิดีโอเป็นสิ่งจำเป็น ต้นทุนต่อยอดวิว (Cost Per View - CPV) เป็นหนึ่งในตัวชี้วัดสำคัญที่ช่วยให้คุณเข้าใจว่าคุณต้องจ่ายเงินเท่าใดเพื่อให้วิดีโอของคุณมีคนดูหนึ่งครั้ง การทำความเข้าใจ CPV ช่วยให้คุณสามารถ:

  • ประเมินความคุ้มค่าของการลงทุนในคอนเทนต์วิดีโอ
  • เปรียบเทียบประสิทธิภาพระหว่างแคมเปญโฆษณาต่างๆ
  • วางแผนงบประมาณการตลาดได้อย่างมีประสิทธิภาพ
  • ตัดสินใจว่าจะลงทุนในการสร้างคอนเทนต์เองหรือใช้บริการเสริม

วิธีการคำนวณต้นทุนต่อยอดวิว (CPV)

สูตรพื้นฐานในการคำนวณ CPV คือ:

CPV = ต้นทุนทั้งหมดของวิดีโอ / จำนวนยอดวิวทั้งหมด

เพื่อให้การคำนวณนี้มีความหมาย คุณต้องนิยาม 'ต้นทุนทั้งหมด' และ 'จำนวนยอดวิว' ให้ชัดเจน:

1. การคำนวณเมื่อใช้บริการเสริม (เช่น บริการเพิ่มยอดวิว)

หากคุณเลือกใช้บริการเสริมเพื่อเพิ่มยอดวิวให้กับวิดีโอของคุณ 'ต้นทุนทั้งหมด' จะหมายถึงค่าใช้จ่ายที่คุณจ่ายให้กับผู้ให้บริการโดยตรง ส่วน 'จำนวนยอดวิวทั้งหมด' คือจำนวนยอดวิวที่คุณได้รับจากบริการนั้นๆ

ตัวอย่าง: หากคุณจ่ายเงิน 1,000 บาท เพื่อให้วิดีโอของคุณได้รับ 10,000 ยอดวิวจากบริการเสริม CPV จะเท่ากับ 1,000 บาท / 10,000 ยอดวิว = 0.10 บาทต่อยอดวิว

ข้อควรพิจารณา:

  • คุณภาพของยอดวิว: ยอดวิวที่ได้จากบริการเสริมบางประเภทอาจไม่ใช่ผู้ใช้งานจริง หรืออาจไม่ใช่กลุ่มเป้าหมายของคุณ ซึ่งส่งผลต่อการมีส่วนร่วม (Engagement) ที่แท้จริง
  • วัตถุประสงค์: บริการเพิ่มยอดวิวอาจเหมาะสำหรับการสร้างการรับรู้เบื้องต้น (Awareness) แต่ไม่ได้การันตีการมีส่วนร่วมหรือการตัดสินใจซื้อ

สำหรับผู้ที่ต้องการเพิ่มการมองเห็นอย่างรวดเร็ว อาจพิจารณาบริการเช่น เพิ่มผู้ติดตาม Facebook (Thai) หรือ เพิ่มผู้ติดตาม Facebook คนไทย ฟรี ซึ่งเป็นการลงทุนที่มุ่งเน้นการสร้างฐานผู้ติดตามระยะยาว

2. การคำนวณเมื่อสร้างคอนเทนต์เอง

เมื่อคุณสร้างคอนเทนต์วิดีโอด้วยตนเอง 'ต้นทุนทั้งหมด' จะซับซ้อนกว่าและต้องรวมค่าใช้จ่ายต่างๆ ดังนี้:

  • ค่าอุปกรณ์: กล้อง, ไมโครโฟน, ไฟ, ขาตั้งกล้อง (หากเป็นการลงทุนครั้งแรกหรือมีการอัปเกรด)
  • ค่าโปรแกรม/ซอฟต์แวร์: ค่าลิขสิทธิ์โปรแกรมตัดต่อวิดีโอ
  • ค่าแรง/เวลา: เวลาที่คุณหรือทีมใช้ในการวางแผน, ถ่ายทำ, ตัดต่อ, และโพสต์วิดีโอ (ประเมินเป็นมูลค่าชั่วโมงทำงาน)
  • ค่าใช้จ่ายอื่นๆ: เช่น ค่าเดินทาง, ค่าเช่าสถานที่ (ถ้ามี)
  • ค่าการโปรโมท (ถ้ามี): หากคุณเลือกที่จะโปรโมทวิดีโอที่สร้างเองด้วยงบโฆษณา Facebook (Facebook Ads)

ตัวอย่าง: สมมติว่าคุณใช้เวลา 10 ชั่วโมงในการสร้างวิดีโอ โดยประเมินมูลค่าเวลาของคุณที่ 300 บาทต่อชั่วโมง และมีค่าใช้จ่ายอื่นๆ อีก 200 บาท รวมต้นทุนการผลิตวิดีโอคือ (10 ชั่วโมง * 300 บาท/ชั่วโมง) + 200 บาท = 3,200 บาท หากวิดีโอนี้ได้รับ 20,000 ยอดวิวโดยธรรมชาติ CPV จากการผลิตเองคือ 3,200 บาท / 20,000 ยอดวิว = 0.16 บาทต่อยอดวิว

หากคุณนำวิดีโอที่ผลิตเองนี้ไปโปรโมทด้วยงบ 1,000 บาท และได้เพิ่มอีก 8,000 ยอดวิว ต้นทุนรวมของวิดีโอจะเป็น 3,200 บาท + 1,000 บาท = 4,200 บาท และยอดวิวรวมคือ 20,000 + 8,000 = 28,000 ยอดวิว CPV โดยรวมจะเป็น 4,200 บาท / 28,000 ยอดวิว = 0.15 บาทต่อยอดวิว

ข้อควรพิจารณา:

  • การลงทุนระยะยาว: การสร้างคอนเทนต์คุณภาพสูงด้วยตนเองเป็นการลงทุนเพื่อสร้างแบรนด์และความสัมพันธ์กับผู้ชมในระยะยาว
  • ความยืดหยุ่นและการควบคุม: คุณสามารถควบคุมเนื้อหา, ข้อความ, และคุณภาพของวิดีโอได้อย่างเต็มที่
  • ต้นทุนแฝง: การสร้างคอนเทนต์เองต้องใช้ทักษะ, เวลา, และทรัพยากร ซึ่งอาจมีต้นทุนสูงกว่าที่คิดในตอนแรก

สรุป: ทางเลือกใดเหมาะสมกับธุรกิจของคุณ?

การเลือกใช้วิธีใดขึ้นอยู่กับเป้าหมายทางธุรกิจ, งบประมาณ, และทรัพยากรที่คุณมี:

  • หากต้องการเพิ่มยอดวิวอย่างรวดเร็วเพื่อการรับรู้: บริการเสริมอาจเป็นทางเลือกที่รวดเร็ว แต่ต้องพิจารณาถึงคุณภาพและผลกระทบต่อการมีส่วนร่วม
  • หากต้องการสร้างความสัมพันธ์กับผู้ชมอย่างยั่งยืนและควบคุมคุณภาพ: การลงทุนในการสร้างคอนเทนต์เองจะเป็นประโยชน์ในระยะยาว แม้จะมีต้นทุนเริ่มต้นที่สูงกว่า

การคำนวณ CPV เป็นเครื่องมือสำคัญที่จะช่วยให้คุณตัดสินใจได้อย่างชาญฉลาดในการบริหารจัดการงบประมาณคอนเทนต์วิดีโอของคุณบน Facebook

บทความใกล้เคียง ที่คุณอาจสนใจ